ในมงคลชีวิต ๓๘ ประการนั้น ได้กล่าวถึง เรื่องการสงเคราะห์ภรรยา ไว้ในข้อที่ ๑๓ ซึ่งได้กล่าวไปแล้วในเรื่องก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้า ท่านมิได้เพียงแต่ให้มนุษย์ชายเท่านั้นที่ทำหน้าที่สงเคราะห์นี้เพียงฝ่ายเดียว ท่านทรงได้ให้หน้าที่การสงเคราะห์สามีไว้ด้วย
หน้าที่ของภรรยาที่พึงกระทำเพื่อสามีของตน ของตน มี ๕ ประการดังนี้
๑ จัดการงานดี
๒ สงเคราะห์คนข้างเคียงของสามี
๓ ไม่ประพฤตินอกใจสามี
๔ รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้ไว้
๕ ขยันไม่เกียจคร้านในกิจการทั้งปวง
หน้าที่ของแต่ละฝ่ายที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ผู้แสวงหาความปรกติสุขในชีวิต หากสามีได้ทำหน้าที่ของตน และภรรยาได้ทำหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี ผมคิดว่า การเกิดปัญหาในครอบครัวคงไม่น่าจะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามสังคมสมัยใหม่ หลายคนมองว่าเรื่อง "ธรรมะ" เป็นของเก่า เป็นของโบราน
ผมยืนยันได้ หลังจากได้ศึกษา ได้อ่านอย่างตั้งใจ พบหลายเรื่องที่ทันสมัยมาก อยากให้คนไทยที่มีทุนเดิมในการเป็นชาวพุทธ หันสนใจมาศาสนาที่ตนคิดว่า เรียกว่า อ้างว่า ตนนั้นนับถือ อย่างจริงจัง...จบ
ที่มา:๓๘ มงคลชีวิต หลักปฏิบัติยอดมงคล ของ คนดี - พระพรหมมังคลาจารย์ หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
Sunday, December 20, 2009
Tuesday, December 15, 2009
หน้าที่ของสามี
วันนี้มีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่ง อ่านแล้วก็อืม ๆ ถ้ามนุษย์ทำได้ โลกคงสงบสุข อย่างไรก็ตาม สังคมเริ่มจากบ้าน ถ้าในบ้านไม่เป็นสังคมที่ดีแล้ว จะเกิดสังคมเมือง ประเทศ โลกที่ดีนั้นคงยาก
จากหัวข้อ post ก็ชัดเจนว่าจะเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับสามี ภรรยา ครับ มีหน้าที่มากมาย ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งสอนบรรดาสาวกเพื่อนำไปประพฤติ ปฏิบัติ แต่วันนี้จะเล่าเฉพาะหน้าที่ในครอบครัว
หน้าที่ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้สำหรับ สามีที่ต้องมีต่อภรรยามี ๕ ข้อดังนี้
๑ แสดงความนับถือ ให้การยกย่อง เช่นเรียกภรรยาด้วยถ้อยคำอันเหมาะสมและเปิดเผย ออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ด้วยการเชิดชูให้ปรากฏแก่วงศ์ญาติและมิตรสหาย
๒ ไม่แสดงความดูหมิ่น เช่นกล่าวถ้อยคำหยาบคาย เหยียบย่ำ หรือเกรียวกราด ข่มขี่ ทำตัวมีอำนาจเหนือต่าง ๆ นานา เพราะการกระทำเช่นนี้ ย่อม ชวนให้เป็นที่ดูหมิ่น เหยียดหยามของผู้อื่นด้วย และสามีเองก็จะเสื่อมจากความยกย่องนับถือทั้งแก่ถรรยาและผู้อื่น
๓ ไม่ประพฤตินอกใจภรรยา คือไปสมัครรักใคร่ในหญิงอื่น อันจะป็นชนวนให้เกิดความแตกร้าวในครอบครัว
๔ มอบความเป็นใหญ่ในบ้านเรือนให้
๕ ให้เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมแก่ฐานะของตน มิให้น้อยหน้าผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อความสุขใจของภรรยา
จะเป็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยากที่จะนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สาว ๆ อาจดูว่าจะเลือกชายใดเป็นคู่ชีวิต อาจนำข้อเหล่านี้ไปเป็นแนวการคัดเลือกก็ได้นะครับ แต่ว่าไม่รับปากกันว่าจะหาได้หรือเปล่านะครับ...จบ
ที่มา:พุทธมงคล ๓๘ ประการ พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆาราช สกลมหาสังฆปริณายก
จากหัวข้อ post ก็ชัดเจนว่าจะเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวกับสามี ภรรยา ครับ มีหน้าที่มากมาย ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งสอนบรรดาสาวกเพื่อนำไปประพฤติ ปฏิบัติ แต่วันนี้จะเล่าเฉพาะหน้าที่ในครอบครัว
หน้าที่ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้สำหรับ สามีที่ต้องมีต่อภรรยามี ๕ ข้อดังนี้
๑ แสดงความนับถือ ให้การยกย่อง เช่นเรียกภรรยาด้วยถ้อยคำอันเหมาะสมและเปิดเผย ออกหน้าออกตาว่าเป็นภรรยา ด้วยการเชิดชูให้ปรากฏแก่วงศ์ญาติและมิตรสหาย
๒ ไม่แสดงความดูหมิ่น เช่นกล่าวถ้อยคำหยาบคาย เหยียบย่ำ หรือเกรียวกราด ข่มขี่ ทำตัวมีอำนาจเหนือต่าง ๆ นานา เพราะการกระทำเช่นนี้ ย่อม ชวนให้เป็นที่ดูหมิ่น เหยียดหยามของผู้อื่นด้วย และสามีเองก็จะเสื่อมจากความยกย่องนับถือทั้งแก่ถรรยาและผู้อื่น
๓ ไม่ประพฤตินอกใจภรรยา คือไปสมัครรักใคร่ในหญิงอื่น อันจะป็นชนวนให้เกิดความแตกร้าวในครอบครัว
๔ มอบความเป็นใหญ่ในบ้านเรือนให้
๕ ให้เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมแก่ฐานะของตน มิให้น้อยหน้าผู้อื่น ทั้งนี้เพื่อความสุขใจของภรรยา
จะเป็นได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยากที่จะนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สาว ๆ อาจดูว่าจะเลือกชายใดเป็นคู่ชีวิต อาจนำข้อเหล่านี้ไปเป็นแนวการคัดเลือกก็ได้นะครับ แต่ว่าไม่รับปากกันว่าจะหาได้หรือเปล่านะครับ...จบ
ที่มา:พุทธมงคล ๓๘ ประการ พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆาราช สกลมหาสังฆปริณายก
Friday, December 11, 2009
รู้ หรือไม่รู้
การที่เราบอกคนอื่นทั่วไป ว่าเรารู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องที่เรารู้อาจเป็นเรื่องที่เราเพียงแค่จำ แต่ไม่ใช้เรื่องที่เรารู้ก็ได้ พอดีผมได้คุยกับหลาย ๆ ท่าน บังเอิญได้รับทราบเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง เลยอยากจะเล่าให้ต่อให้ฟังบ้าง
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งมีคำถาม ถามกับผู้ที่สูบบุหรี่ว่า "คุณ ๆ รู้ไหมว่าการสูบบุหรี่นั้นไม่ดี ไม่ดีต่อสุขภาพนะ"
หลายคนคงเดาคำตอบ จากคำถามนี้ได้อย่างไม่อยาก คือ "รู้ซิ การสูบบุหรี่ไม่ดี รู้ทำไมจะไม่รู้"
เจ้าของคำถามตอบกลับทันควันว่า "คุณอ่ะ ยังไม่รู้หรอกว่า การสูบบุหรี่ไม่ดี"
"ทำไมผมจะไม่รู้ รู้ผมรู้ดี" ตอบกลับอย่างทันควันของบุหรี่ที่พ่นออกมาเมื่อชักครู่
"งั้น ลองสูบบุหรี่ ด้านที่จุดไฟซิ นั่นนะแดง ๆ อ่ะ" คำท้าทายเกิดตามมา
"บ้า ใครจะไปสูบด้านนั้น ร้อนปากแย่ซิครับ ไม่เอาหรอก" ผู้สูบแย้งขึ้น
"อันนี้แหละที่รู้ รู้ว่าสูบด้านที่มีไฟอยู่ไม่ได้ เจ็บ ร้อนปาก นี่แหละรู้" คำเฉลยของการท้าทาย ของผู้เริ่มการสนทนา
จริง ๆ แล้วการที่เค้าไม่สูบบุหรี่กัน จากทางด้านที่มีไฟแดง ๆ ก็เนื่องจาก มันไม่ใช้วิธีการสูบบุหรี่ที่ถูกต้อง ไม่เกี่ยวว่าสูบด้านนั้นได้หรือไม่ได้โดยทั่วไป หากแต่การท้าทายให้ทำอย่างนั้น เพื่อให้เข้าใจว่า การรู้ของคน ถ้าเค้ารู้จริง ว่าสิ่งไหนไม่ดี ไม่ถูกต้อง ก็คงไม่ทำ เช่นกับการสูบบุหรี่ผิดด้าน คือการสูบที่ผิดวิธี ก็คงไม่มีใครทำ และการสูบด้านที่มีไฟ ก็เป็นการทำสิ่งที่จะทำให้ผู้สูบบาดเจ็บ ก็ไม่มีใครทำเช่นกัน
สรุป คือ ผู้ที่สูบท่านนี้ ยังไม่ทราบถึงข้อเสียของการสูบบหรี่โดยแท้ จึงยังคงทำต่อไป
ข้อสังเกตุ ถ้าบอกว่ารู้แล้วยังทำ และถ้ารู้แต่ไม่เข้าใจแล้วยังทำ คงให้โทษน่าจะน้อยกว่า ไม่รู้เรื่องเลยจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้ารู้ว่าแดดร้อนแต่ต้องออกไปตากแดดคงต้องเตรียมร่ม หรือทาครีมกันแดดไว้ แต่ถ้าไม่รู้ถึงความร้อนและโทษของแดดเลย ก็คงออกไปตัวเปล่า ๆ ให้แดดเผาได้...จบ
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งมีคำถาม ถามกับผู้ที่สูบบุหรี่ว่า "คุณ ๆ รู้ไหมว่าการสูบบุหรี่นั้นไม่ดี ไม่ดีต่อสุขภาพนะ"
หลายคนคงเดาคำตอบ จากคำถามนี้ได้อย่างไม่อยาก คือ "รู้ซิ การสูบบุหรี่ไม่ดี รู้ทำไมจะไม่รู้"
เจ้าของคำถามตอบกลับทันควันว่า "คุณอ่ะ ยังไม่รู้หรอกว่า การสูบบุหรี่ไม่ดี"
"ทำไมผมจะไม่รู้ รู้ผมรู้ดี" ตอบกลับอย่างทันควันของบุหรี่ที่พ่นออกมาเมื่อชักครู่
"งั้น ลองสูบบุหรี่ ด้านที่จุดไฟซิ นั่นนะแดง ๆ อ่ะ" คำท้าทายเกิดตามมา
"บ้า ใครจะไปสูบด้านนั้น ร้อนปากแย่ซิครับ ไม่เอาหรอก" ผู้สูบแย้งขึ้น
"อันนี้แหละที่รู้ รู้ว่าสูบด้านที่มีไฟอยู่ไม่ได้ เจ็บ ร้อนปาก นี่แหละรู้" คำเฉลยของการท้าทาย ของผู้เริ่มการสนทนา
จริง ๆ แล้วการที่เค้าไม่สูบบุหรี่กัน จากทางด้านที่มีไฟแดง ๆ ก็เนื่องจาก มันไม่ใช้วิธีการสูบบุหรี่ที่ถูกต้อง ไม่เกี่ยวว่าสูบด้านนั้นได้หรือไม่ได้โดยทั่วไป หากแต่การท้าทายให้ทำอย่างนั้น เพื่อให้เข้าใจว่า การรู้ของคน ถ้าเค้ารู้จริง ว่าสิ่งไหนไม่ดี ไม่ถูกต้อง ก็คงไม่ทำ เช่นกับการสูบบุหรี่ผิดด้าน คือการสูบที่ผิดวิธี ก็คงไม่มีใครทำ และการสูบด้านที่มีไฟ ก็เป็นการทำสิ่งที่จะทำให้ผู้สูบบาดเจ็บ ก็ไม่มีใครทำเช่นกัน
สรุป คือ ผู้ที่สูบท่านนี้ ยังไม่ทราบถึงข้อเสียของการสูบบหรี่โดยแท้ จึงยังคงทำต่อไป
ข้อสังเกตุ ถ้าบอกว่ารู้แล้วยังทำ และถ้ารู้แต่ไม่เข้าใจแล้วยังทำ คงให้โทษน่าจะน้อยกว่า ไม่รู้เรื่องเลยจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้ารู้ว่าแดดร้อนแต่ต้องออกไปตากแดดคงต้องเตรียมร่ม หรือทาครีมกันแดดไว้ แต่ถ้าไม่รู้ถึงความร้อนและโทษของแดดเลย ก็คงออกไปตัวเปล่า ๆ ให้แดดเผาได้...จบ
Subscribe to:
Posts (Atom)
