การที่เราบอกคนอื่นทั่วไป ว่าเรารู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องที่เรารู้อาจเป็นเรื่องที่เราเพียงแค่จำ แต่ไม่ใช้เรื่องที่เรารู้ก็ได้ พอดีผมได้คุยกับหลาย ๆ ท่าน บังเอิญได้รับทราบเรื่องน่าสนใจเรื่องหนึ่ง เลยอยากจะเล่าให้ต่อให้ฟังบ้าง
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งมีคำถาม ถามกับผู้ที่สูบบุหรี่ว่า "คุณ ๆ รู้ไหมว่าการสูบบุหรี่นั้นไม่ดี ไม่ดีต่อสุขภาพนะ"
หลายคนคงเดาคำตอบ จากคำถามนี้ได้อย่างไม่อยาก คือ "รู้ซิ การสูบบุหรี่ไม่ดี รู้ทำไมจะไม่รู้"
เจ้าของคำถามตอบกลับทันควันว่า "คุณอ่ะ ยังไม่รู้หรอกว่า การสูบบุหรี่ไม่ดี"
"ทำไมผมจะไม่รู้ รู้ผมรู้ดี" ตอบกลับอย่างทันควันของบุหรี่ที่พ่นออกมาเมื่อชักครู่
"งั้น ลองสูบบุหรี่ ด้านที่จุดไฟซิ นั่นนะแดง ๆ อ่ะ" คำท้าทายเกิดตามมา
"บ้า ใครจะไปสูบด้านนั้น ร้อนปากแย่ซิครับ ไม่เอาหรอก" ผู้สูบแย้งขึ้น
"อันนี้แหละที่รู้ รู้ว่าสูบด้านที่มีไฟอยู่ไม่ได้ เจ็บ ร้อนปาก นี่แหละรู้" คำเฉลยของการท้าทาย ของผู้เริ่มการสนทนา
จริง ๆ แล้วการที่เค้าไม่สูบบุหรี่กัน จากทางด้านที่มีไฟแดง ๆ ก็เนื่องจาก มันไม่ใช้วิธีการสูบบุหรี่ที่ถูกต้อง ไม่เกี่ยวว่าสูบด้านนั้นได้หรือไม่ได้โดยทั่วไป หากแต่การท้าทายให้ทำอย่างนั้น เพื่อให้เข้าใจว่า การรู้ของคน ถ้าเค้ารู้จริง ว่าสิ่งไหนไม่ดี ไม่ถูกต้อง ก็คงไม่ทำ เช่นกับการสูบบุหรี่ผิดด้าน คือการสูบที่ผิดวิธี ก็คงไม่มีใครทำ และการสูบด้านที่มีไฟ ก็เป็นการทำสิ่งที่จะทำให้ผู้สูบบาดเจ็บ ก็ไม่มีใครทำเช่นกัน
สรุป คือ ผู้ที่สูบท่านนี้ ยังไม่ทราบถึงข้อเสียของการสูบบหรี่โดยแท้ จึงยังคงทำต่อไป
ข้อสังเกตุ ถ้าบอกว่ารู้แล้วยังทำ และถ้ารู้แต่ไม่เข้าใจแล้วยังทำ คงให้โทษน่าจะน้อยกว่า ไม่รู้เรื่องเลยจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้ารู้ว่าแดดร้อนแต่ต้องออกไปตากแดดคงต้องเตรียมร่ม หรือทาครีมกันแดดไว้ แต่ถ้าไม่รู้ถึงความร้อนและโทษของแดดเลย ก็คงออกไปตัวเปล่า ๆ ให้แดดเผาได้...จบ
Subscribe to:
Post Comments (Atom)

No comments:
Post a Comment